แนวทางการประยุกต์ใช้ แบบบ้าน อยู่สบายประหยัดพลังงาน (Energy Efficient House)

แนวทางการประยุกต์ใช้แบบบ้านอยู่สบายประหยัดพลังงาน (Energy Efficient House)
แนวทางการประยุกต์ใช้แบบบ้านอยู่สบายประหยัดพลังงาน รูปแบบ A, B และ C
“บ้านอยู่สบายประหยัดพลังงาน” เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ การศึกษาสถานภาพการใช้พลังงานและแนวทางการ
ส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานในบ้านที่อยู่อาศัย ซึ่งกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน กระทรวงพลังงาน
มีวัตถุประสงค์ในการจัดทำขึ้นเพื่อเป็นการเผยแพร่แนวคิด และหลักการของการอยู่อาศัยที่สอดคล้องกับสภาวะน่าสบาย
เหมาะสมกับการใช้ชีวิต และส่งเสริมการใช้พลังงานอย่างคุ้มค่า เพื่อมุ่งหวังให้เกิดการประหยัดและอนุรักษ์พลังงาน
แต่สามารถตอบสนองต่อวิถีการใช้ชีวิตของประชาชนในยุคปัจจุบันได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มผู้ที่มีรายได้
ระดับปานกลางที่มีวิถีการดำรงชีวิตแบบสังคมเมือง บ้านในโครงการนี้ประกอบด้วย บ้านเดี่ยวชั้นเดียวและบ้านเดี่ยวสองชั้น
จำนวนทั้งสิ้น 3 รูปแบบ ตามระดับราคาค่าก่อสร้างและพื้นที่ใช้สอยที่แตกต่างกันออกไป เพื่อเป็นทางเลือกให้แก่ประชาชน
ทั่วไปที่สนใจจะนำแบบไปประยุกต์ใช้ปลูกสร้างที่อยู่อาศัยที่คำนึงถึงการประหยัดพลังงานอย่างแพร่หลายมากขึ้น
“บ้านอยู่สบายประหยัดพลังงาน” ทั้ง 3 แบบ คือ (1) บ้านเดี่ยวชั้นเดียว รูปแบบ A (2) บ้านเดี่ยวสองชั้น รูปแบบ B
และ (3) บ้านเดี่ยวสองชั้น รูปแบบ C ได้รับการออกแบบและทำการวิเคราะห์ผลการศึกษาวิจัยภายใต้กรอบการศึกษาที่
กำหนดไว้ในรายงานการศึกษาวิจัย โดยประกอบด้วยประเด็นในการพิจารณาที่สำคัญดังนี้
1. สภาพแวดล้อมของที่ตั้งและขนาดที่ดิน
2. ทิศทางและการจัดวางอาคาร
3. องค์ประกอบของบ้านและแนวทางในการเลือกใช้วัสดุ
4. การปรับปรุงสภาพแวดล้อมและการเลือกใช้อุปกรณ์บังแดดเสริมให้กับอาคาร ในกรณีที่หน้าอาคารมิได้
หันเข้าสู่ทิศใต้ (ซึ่งเป็นทิศตามที่กำหนดไว้ในแบบก่อสร้าง)
5. การบำรุงรักษาและพฤติกรรมการใช้สอยอาคาร
หากพิจารณาเปรียบเทียบกับบ้านก่ออิฐมอญทั่วไป ที่มิได้มีการการคำนึงในการออกแบบและเลือกใช้วัสดุอุปกรณ์
เพื่อการอนุรักษ์พลังงานแล้ว บ้านอยู่สบายประหยัดพลังงานทั้งรูปแบบ A B และ C ตามแบบก่อสร้างนี้สามารถช่วยลด
ปริมาณการใช้พลังงานลงจากเดิมได้ประมาณร้อยละ 20 – 30 ตามแต่ละขนาดและรูปแบบu3586 .องบ้าน อันเป็นผลมาจากการ
ออกแบบและการเลือกใช้วัสดุอุปกรณ์ในการก่อสร้างที่เหมาะสม ซึ่งส่งผลให้ภาระค่าไฟฟ้าในส่วนของระบบปรับอากาศและ
ระบบไฟฟ้าแสงสว่างลดลง และอาจลดลงได้มากขึ้นหากผู้ใช้อาคารมีพฤติกรรมการใช้งานที่ดีหรือมีการให้ความสำคัญในการ
เลือกซื้อและเลือกใช้อุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าที่เหมาะสมร่วมด้วย อย่างไรก็ดี ภายใต้ข้อจำกัดของสภาวการณ์จริงซึ่งมิอาจ
เป็นไปตามที่กำหนดไว้ในแบบก่อสร้างทุกประการ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของสภาพแวดล้อม ที่ตั้ง ขนาดที่ดิน ทิศทางการจัด
วางอาคารที่แตกต่างจากที่ถูกกำหนดไว้ในแบบ รวมถึงการจัดหาหรือการเลือกใช้วัสดุและพฤติกรรมในการอยู่อาศัย ซึ่งมี
ความหลากหลายและเป็นเงื่อนไขที่แตกต่างกันในแต่ละครัวเรือน อันส่งผลให้การนำแบบก่อสร้างชุดนี้ไปใช้ จำเป็นจะต้องมี
การประยุกต์และปรับใช้อย่างเหมาะสม
ดังนั้น เพื่อให้คงไว้ซึ่งวัตถุประสงค์ตามแนวคิดและหลักการของการอยู่อาศัยอย่างสบายและประหยัดพลังงาน
ทางคณะผู้วิจัยและออกแบบจึงได้นำเสนอหลักการในลักษณะของคำอธิบายประกอบแบบไว้ด้วย เพื่อให้ประชาชนที่สนใจ
จะนำแบบไปใช้ ได้ทำความเข้าใจเกี่ยวกับแนวทางในการประยุกต์ใช้แบบบ้านชุดนี้ให้เหมาะสมกับที่ตั้งและสภาพแวดล้อม
รวมถึงโอกาสในการปรับแต่งหรือเลือกใช้วัสดุประกอบอื่นได้ตามความพึงพอใจของผู้อยู่อาศัยได้อย่างสอดคล้องกับ
สภาพแวดล้อม หากต้องการเอกลักษณ์และมีส่วนร่วมในการปรับแต่ง ก็สามารถปรึกษาสถาปนิกหรือผู้เชี่ยวชาญอื่นๆ ร่วม
ด้วย แต่ที่สำคัญที่สุดคือ การดำรงไว้ซึ่งวัตถุประสงค์หลักของการเผยแพร่แบบบ้านชุดนี้ คือ
“การอยู่อย่างสบายโดยพึ่งพาวิถีธรรมชาติเป็นหลัก โดยใช้อุปกรณ์และเทคโนโลยีเป็นตัวเสริม เพื่อช่วยเสริมสร้าง
ความสะดวกสบายอย่างพอควรสอดคล้องกับยุคสมัย ในขณะเดียวกัน ก็ได้ตระหนักถึงความสำคัญของการส่งเสริมและการมี
จิตสำนึกร่วมกันในการประหยัดพลังงาน ซึ่งนั่นหมายถึง การร่วมมือกันอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและพลังงานของประเทศ”
แบบบ้านอยู่สบายประหยัดพลังงาน
แบบบ้านอยู่สบายประหยัดพลังงาน มีทั้งหมด 3 รูปแบบ โดยมีรายละเอียดดังนี้
แบบ พื้นที่ปลูก พื้นที่ใช้สอย
(ตารางวา)
ขนาดที่ดิน
กว้างxยาว
(เมตร)
พื้นที่ใช้สอย
(ตารางเมตร)
ค่าก่อสร้าง
(บาท) ห้องนอน ห้องน้ำ รับแขก/
นั่งเล่น
อาหาร ครัว จอดรถ หมายเหตุ
A
(บ้านเดี่ยวชั้นเดียว)
52 13×16 84 700,000 2 1 1 1 1 1 -
B
(บ้านเดี่ยว 2 ชั้น)
63 14×18 135 1,380,000 3 2 1 1 1 1 -
C
(บ้านเดี่ยว 2 ชั้น)
70 14×20 183 1,680,000 4 4 1 1 1 2 ห้องคนรับ
ใช้พร้อม
ห้องน้ำแยก
เป็นสัดส่วน
ต่างหาก
1) สภาพแวดล้อมของที่ตั้งและขนาดที่ดิน
ในการนำ แบบบ้านอยู่สบายประหยัดพลังงาน ซึ่งเป็นชุดที่จัดทำ เผยแพร่ไปใช้ปลูกสร้างนั้น ควรมีการพิจารณา
เรื่องสภาพแวดล้อมและขนาดรูปร่างที่ดินขั้นต่ำตามที่กำหนดไว้เป็นเกณฑ์ โดยมีรายละเอียดดังนี้
บ้านแบบ A ควรมีขนาดที่ดิน 52 ตารางวา (กว้างxยาว = 13×16 เมตร)
บ้านแบบ B ควรมีขนาดที่ดิน 63 ตารางวา (กว้างxยาว = 14×18 เมตร)
บ้านแบบ C ควรมีขนาดที่ดิน 70 ตารางวา (กว้างxยาว = 14×20 เมตร)
หากขนาดหรือรูปร่างที่ดินแตกต่างจากที่ระบุไว้ ควรมีการพิจารณาปรับผังและตรวจสอบในเรื่องความเป็นไปได้ของงาน
ก่อสร้างและข้อกำหนดต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายควบคุมการก่อสร้างอาคาร แต่โดยทั่วไปแล้ว หากที่ดินที่จะใช้ปลูกสร้างบ้านนั้นมี
ขนาดใหญ่กว่าที่ระบุ ย่อมมีโอกาสที่จะทำให้บ้านได้รับประโยชน์จากสภาพแวดล้อมต่างๆ ได้ดียิ่งขึ้น เช่นการได้รับประโยชน์ในเรื่อง
กระแสลมและการระบายอากาศ แสงธรรมชาติ การรับแดดบริเวณส่วนซักล้าง การมีพื้นที่เพียงพอต่อการปรับปรุงสภาพแวดล้อมรอบๆ
ตัวบ้าน โดยอาจใช้เรื่องการจัดสวนและบริเวณมาช่วยทำให้บ้านร่มเย็นและมีความน่าอยู่มากขึ้น นอกจากนี้การใช้รั้วโปร่งและมี
ระยะห่างระหว่างรั้วกับตัวบ้านพอสมควร ก็ย่อมส่งผลดีต่อตัวบ้านและผู้อยู่อาศัยมากขึ้นในเรื่องการรับลมและการระบายอากาศตาม
ธรรมชาติ
ขอพิจารณาในเรื่องสภาพแวดล้อมของที่ตั้งและขนาดที่ดินที่ใช้ปลูกสร้างบ้าน มีดังนี้
1.1 ขนาดของที่ดินสำหรับปลูกสร้างบ้านแต่ละแบบนั้น ควรถือขนาดที่กำหนดไว้เป็นเกณฑ์ขั้นต่ำ ทั้งนี้เนื่องจากบ้านแต่ละ
หลังที่ถูกออกแบบมานั้น มีความเหมาะสมกับครอบครัวระดับรายได้ปานกลาง ที่มีที่ดินปลูกสร้างประมาณ 52-70 ตารางวา ซึ่งถือว่า
เป็นที่ดินที่มีขนาดค่อนข้างเล็ก และมีข้อจำกัดในเรื่องการวางผัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งจะต้องคำนึงถึงการจัดวางอาคารลงบนที่ดินได้โดย
ไม่ขัดต่อกฎหมายควบคุมการก่อสร้างอาคาร
1.2 สภาพแวดล้อมและลักษณะทางกายภาพของที่ดิน ควรเป็นพื้นที่ที่มีความพร้อมสำหรับการปลูกสร้างอาu3588 .าร ควรเป็นที่ดิน
ในเขตพักอาศัย มีระบบสาธารณูปโภคสาธารณูปการรองรับเพื่อความสะดวกสบายในการดำรงชีวิต มีความปลอดภัยและ
สภาพแวดล้อมค่อนข้างดี ปราศจากมลภาวะที่เป็นพิษ กลิ่น และเสียงดังรบกวน

Related posts:

Comments

Powered by Facebook Comments

This entry was posted in ขนย้าย. Bookmark the permalink.

ใส่ความเห็น

อีเมล์ของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

*

คุณอาจจะใช้ป้ายกำกับและคุณสมบัติHTML: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>